วันเวลาทำการของสถานทูตไทยและสถานกงสุลใหญ่ในเยอรมนี 3 แห่ง | Öffnungszeiten der thail. Behörden in Deutschland

เม้าส์มอยน์รวบรวมวันเวลาทำการของสถานทูตไทยและสถานกงสุลใหญ่ในเยอรมนี 3 แห่ง ในช่วงโคโรนา มาให้เพื่อน ๆ ในรูปแนบเลย #อยู่เยอรมนีกับเม้าส์มอยน์
ช่วงนี้จะต้องทำนัดก่อนเข้าไปขอรับบริการ ดูวันเวลา และหมายเลขติดต่อของทั้ง 3 แห่งตามรูปเลย
📍 ที่อยู่ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต
Königlich Thailändisches Generalkonsulat
Kennedyallee 109, 60596 Frankfurt am Main
📍 ที่อยู่ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน
Königlich Thailändische Botschaft
Lepsiusstrasse 64/66 12163 Berlin
📍 ที่อยู่ สถานกงสุลใหญ่ ณ ณ นครมิวนิก
Königlich Thailändisches Generalkonsulat München
Törringstr. 20, 81675 München
ใกล้ที่ไหน ไปที่นั่นนะจ๊ะ
📜 หากต้องการแปลเอกสารไทย-เยอรมัน โดยนักแปลที่ได้รับการรับรองจากศาลเยอรมัน ก็ติดต่อมาได้ทาง Line, Facebook: mausmoin, E-mail: info@mausmoin.com ฉบับแปลสามารถใช้ยื่นทางราชการในเยอรมนีได้เลย
Quelle รูปและที่มา: สถานกงสุลใหญ่ ณ นครแฟรงก์เฟิร์ต, สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเบอร์ลิน, สถานกงสุลใหญ่ ณ ณ นครมิวนิก
 

เข้าใจการใช้กริยา 4 แบบ จากคำแถลงล่าสุดของนายกเยอรมัน #Präteritum #Präsens #Perfekt #KonjunktivII

#อยู่เยอรมันกับเม้าส์มอยน์ #A2 #เรียนเยอรมันสู้ไวรัสกับเม้าส์มอยน์ วันที่ 94 🇩🇪

📌 เข้าใจการใช้กริยา 4 แบบ จากคำแถลงล่าสุดของนายกเยอรมัน #Präteritum  #Präsens #Perfekt #KonjunktivII

ทำไมเราต้องเรียนหลักภาษาเยอรมัน เมื่ออาศัยอยู่ในเยอรมนี? 

หนึ่งในประโยชน์หลายข้อก็คือ เพื่อเราจะได้เข้าใจข่าวสารใกล้ตัวได้อย่างถูกต้องนั่นเอง 

เม้าส์มอยน์ขอยกตัวอย่างคำแถลงล่าสุด ของนายกเยอรมัน คุณ Angela Merkel ที่แสดงความกังวลถึงตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดในเยอรมนีที่อาจจะทวีคูณเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ไปจนถึงช่วงคริสมาสต์ ถ้าไม่ใช้มาตราการที่เหมาะสม แม้จะสั้น แต่มีการใช้กริยาต่างกาล ที่แฝงความหมายต่างกันในทุกประโยค มาดูกัน

👱🏻 "Wir hatten Ende Juni, Anfang Juli an manchen Tagen 300 neue Infektionen. Und wir haben jetzt an manchen Tagen 2.000 Infektionen. Und das heißt nichts anderes, als dass sich über Juli, August, September in drei Monaten die Infektionszahlen dreimal verdoppelt haben", sagte die Kanzlerin: "Wenn das in den nächsten drei Monaten Oktober, November, Dezember weiter so wäre, dann würden wir von 2.400 auf 4.800, auf 9.600, auf 19.200 kommen." (Quelle: zeit.de)

มาแยกทีละประโยคและรู้จักการใช้กริยาในกาลต่าง ๆ กับเม้าส์มอยน์กันเลย

1️⃣  #Präteritum อดีตกาล 

👱🏻  "Wir hatten Ende Juni, Anfang Juli an manchen Tagen 300 neue Infektionen."

[ช่วงปลายมิ.ย. ต้น ก.ค. เรามีผู้ติดเชื้อรายใหม่ในบางวันถึง 300 คน] 

- นายกพูดถึงเหตุการณ์ในอดีตที่เกิดขึ้นแล้ว จึงผันกริยาในรูป Präteritum เป็น (wir) hatten 

- โดยทั่วไปในภาษาพูด เรามักจะผันกริยาในรูป Perfekt แต่กริยา haben นิยมผันในรูป Präteritum ในการพูดคุย 

- อีกหนึ่งวิธีการใช้ Präteritum คือ เราจะเห็นในภาษาเขียนเป็นหลัก เช่นในรายงานข่าว วรรณกรรม จากตัวอย่างคือ ข่าวได้เรียบเรียงคำพูดที่นายกพูดไปแล้ว ก็เลยเขียนว่า “…” sagte die Kanzlerin 

กริยา (sie) sagte ผันในรูปอดีต Präteritum 

2️⃣  #Präsens ปัจจุบันกาล

👱🏻 "Und wir haben jetzt an manchen Tagen 2.000 Infektionen. Und das heißt nichts anderes,..." 

[และในปัจจุบัน เรามีผู้ติดเชื้อรายใหม่ในบางวันถึง 2000 คน สิ่งนี้หมายความเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้เลย ...] 

- นายกพูดถึงสถานการณ์และความเป็นจริงในปัจจุบัน จึงผันกริยาในรูป Präsens เป็น (wir) haben และ (das) heißt

3️⃣  #Perfekt อดีตกาล (ที่มีผลถึงปัจจุบัน)

👱🏻  "(Und das heißt nichts anderes,) als dass sich über Juli, August, September in drei Monaten die Infektionszahlen dreimal verdoppelt haben." 

[(สิ่งนี้หมายความเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้เลย) นอกจากว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเท่าตัวมาสามรอบ ตั้งแต่เดือน ก.ค. ส.ค. และมาจนถึง ก.ย.]

- นายกพูดถึงตัวเลขผู้ติดเชื้อที่เกิดขึ้นอดีตและมีผลมาจนถึงปัจจุบัน จึงใช้กริยา (die Infektionszahlen) haben sich verdoppelt ผันในรูป Perfekt 

4️⃣  #Konjunktiv II (irreale Bedingungssätze) เงื่อนไขที่ไม่เป็นจริง

👱🏻 "Wenn das in den nächsten drei Monaten Oktober, November, Dezember weiter so wäre, dann würden wir von 2.400 auf 4.800, auf 9.600, auf 19.200 kommen." 

[ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไปในอีกสามเดือนข้างหน้าคือในเดือน ต.ค. พ.ย. และ ธ.ค. เราอาจมีผู้ติดเชื้อเพิ่มจาก 2400 คน เป็น 4800 คน ไปเป็น 9600 คน และไปถึง 19200 คนได้]

- นายกพูดสมมติว่า ถ้าเรายังเป็นแบบนี้ต่อไป ตัวเลขก็น่าจะสูงขึ้นเป็น 19200 ราย แต่ในความเป็นจริงผู้ติดเชื้อยังไม่ถึงขนาดนั้น ดังนั้นจึงผันกริยาแบบ Konjunktiv II เพื่อแสดงถึงเงื่อนไขที่ไม่เป็นจริง คือ wäre และ würden kommen 

- เม้าส์มอยน์เสริมเล็กน้อยว่า กริยาที่ผันในรูป Konjunktiv II ยังใช้ได้ในอีกหลายสถานการณ์ เช่นให้คำแนะนำ ขอร้องแบบสุภาพ หรือพูดถึงความปรารถนา 

ในบทความนี้ เราเน้นสังเกตการผันกริยาในกาลต่าง ๆ เพื่อเข้าใจข่าวและข้อความต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้ดีมากขึ้น และยังช่วยให้ต่อยอดนำหลักการผันกริยาข้างต้น ไปใช้แต่งประโยคของตัวเองต่อไปได้ดีขึ้นด้วย 

📣 เม้าส์มอยน์จะคอยนำสาระดี ๆ ที่เป็นประโยชน์กับการเรียนภาษาเยอรมัน และการใช้ชีวิตในเยอรมนีมาฝากเพื่อน ๆ อีก กดแชร์ให้เพื่อน ๆ และกดติดตาม @เริ่มต้นเยอรมันกับ Mausmoin ไว้ได้เลย!

🙋‍♀️ ใครสนใจเรียนเยอรมันแบบเข้าใจ และนำหลักภาษามาใช้ในการเรียนและการใช้ชีวิตในเยอรมนีได้ดีขึ้น สามารถสมัครเรียนคอร์สเรียนออนไลน์ของเม้าส์มอยน์ได้เลยนะจ๊ะ!

💌  สมัครและสั่งซื้อหนังสือเม้าส์มอยน์ทาง Line, Facebook: mausmoin, E-mail: info@mausmoin.com

--------------------------

🐭 Mausmoin.com: เริ่มต้นเยอรมันกับเม้าส์มอยน์

เรียนเยอรมัน & บริการล่าม แปลเอกสาร เยอรมัน-ไทย โดยล่ามและนักแปลที่ได้รับการรับรองจากศาลเยอรมัน

🐭 Mausmoin.com: Beglaubigte Übersetzung | Dolmetschen | Deutschlernen 

#vereidigteDolmetscherin, #vereidigteÜbersetzerin

จะได้เงินคืนรึเปล่า? ถ้าซื้อตั๋วไว้ แต่งานยกเลิก! | Entschädigung bei abgesagter Veranstaltung

เม้าส์มอยน์สรุปยอดติดเชื้อไวรัสโคโรนาในยุโรป เยอรมนี ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จนมีการยกเลิกการจัดงานใหญ่ไปหลายงาน แบบนี้ คนที่ซื้อตั๋วเข้างาน ตั๋วรถไฟ จองโรงแรมไว้ จะได้เงินขึ้นรึเปล่า มาอ่านในข้อมูลด้านล่างกันเลย

ก่อนอื่น ขอสรุปยอดกันก่อน ตอนนี้ยอดผู้ติดเชื้อในเยอรมนี พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ล่าสุด ตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาสูงถึง 1567 ราย (11 มีค. 15.00 น.) ในยุโรปรวมแล้วกว่า เกือบสองหมื่นราย

ส่งผลให้ผู้นำประเทศ และหลายองค์กร พยายามออกนโยบายป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ เช่น ในอิตาลีที่มีผู้ติดเชื้อเกิน 12000 ราย ซึ่งระบาดหนักเป็นอันดับสองรองจากจีน จนทำให้นายกรัฐมนตรีอิตาลี ประกาศปิดประเทศมีผลตั้งแต่วันที่ 10 มีค. ถึง 3 เม.ย. ปีนี้ โดยให้ประชาชนในประเทศ 60 กว่าล้านราย งดเดินทางออกนอกบ้าน ยกเว้นว่าจำเป็นต้องไปทำงานหรือมีเหตุฉุกเฉิน โรงเรียนและมหาวิทยาลัยก็ประกาศปิดเรียน เม้าส์มอยน์ดูภาพข่าวแล้วราวกับเป็นเมืองร้างเลยทีเดียว

ในเยอรมนีเอง ก็มีนโยบายงดและยกเลิกการจัดงานใหญ่ ๆ ที่ต้องมีการรวมตัวกันเกินกว่า 1000 คนในหลายมลรัฐ เช่น Bayern, Baden-Württemberg, Bremen, Hessen, Nordrhein-Westfalen, Rheinland-Pfalz, Saarland, Schleswig-Holstein

การยกเลิกงานใหญ่ ๆ ไม่ได้ส่งผลกระทบเพียงแค่ผู้จัดงานหรือผู้ร่วมงานเท่านั้น แต่ยังกระทบไปถึงการจองโรงแรม ตั๋วรถไฟ ตั๋วคอนเสิร์ต ตั๋วดูฟุตบอล ที่หลายคนจองไว้ล่วงหน้า แต่เนื่องจากการจัดงานต่าง ๆ ที่วางแผนไว้ ยกเลิกหรือเลื่อนเวลาจัด ทำให้เราต้องยกเลิกหรือเลื่อนตั๋ว คำถามต่อมาคือ ใครจะเป็นคนรับผิดชอบ จ่ายค่าชดเชย ค่ายกเลิก หรือค่าเปลี่ยนตั๋ว เม้าส์มอยน์จะพามาดูกัน

ถ้าผู้จัดงานยกเลิกการจัดงาน เราจะได้เงินคืนรึเปล่า?

ปกติแล้ว เราในฐานะผู้บริโภคจะได้เงินคืน หากคอนเสิร์ต การแข่งฟุตบอล หรืองานแสดงสินค้าใหญ่ยกเลิก โดยเราต้องไปติดต่อฝ่ายขายตั๋วก่อน ถ้าไม่ได้ก็ค่อยไปติดต่อขอเงินคืนจากผู้จัดงาน โดยคุยให้เข้าใจเลยว่า จะได้เงินคืนเมื่อไรและยังไง จะได้ไม่มีปัญหาวุ่นวายภายหลัง

หากคอนเสิร์ต หรือการแข่งฟุตบอลเลื่อนวัน แต่เราซื้อตั๋วไว้แล้ว เราก็ไม่จำเป็นต้องไปวันที่งานเลื่อน และสามารถขอเงินคืนได้

แต่ถ้างานยังจัดขึ้นปกติ แต่เรากลัวติดเชื้อ ก็เลยขอยกเลิกตั๋วเอง จะได้เงินคืนรึเปล่า?

จริง ๆ แล้ว เราไม่มีสิทธิ์เรียกร้องขอเงินคืน ถ้าเราขอยกเลิกตั๋วเอง เหตุผลเพราะกลัวการระบาดของไวรัส แต่ผู้จัดงานหลายราย (ณ ตอนนี้) ก็ใจดียอมให้ลูกค้ายกเลิกหรือเลื่อนตั๋วได้

เช่นเดียวกับตั๋วรถไฟในเยอรมนี (Deutsche Bahn) ก็ยอมคืนเงินค่าเปลี่ยนหรือยกเลิกตั๋วรถไฟ หากลูกค้าจองตั๋วไปในเขตที่ไวรัสระบาด เช่น ไปอิตาลี หรือหากเราต้องยกเลิกตั๋วรถไฟ เนื่องจากมีการยกเลิกการจัดงานที่เราวางแผนจะไป ทาง Deutsche Bahn เองก็ยินดีคืนเงินค่าตั๋วให้เช่นกัน (ณ ตอนนี้)

แล้วค่าโรงแรมและค่าตั๋วรถไฟ?

ในส่วนค่าโรงแรมและค่ารถที่จองล่วงหน้าไว้แล้ว แต่งานยกเลิก หากเป็นกรณีทั่วไป เราก็จะได้ค่าชดเชยคืนจากผู้จัดงาน ถ้าพูดกันในมุมมองของกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค

แต่ทั้งนี้ ถ้าเป็นกรณีเหตุสุดวิสัย (เช่น มีพายุ สงคราม ประท้วง แผ่นดินไหว) ผู้จัดงานก็ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบชดใช้เงินคืนให้ ซึ่งตอนนี้ก็ยังไม่ชัดเจนว่า การยกเลิกงานเนื่องจากมีการระบาดของไวรัสโคโรนา ถือเป็นเหตุสุดวิสัยหรือไม่ ดังนั้นก็อยู่ที่ความใจดีของผู้จัดงาน ว่าจะชดเชยเงินให้ลูกค้าหรือไม่ มากน้อยเท่าไรนั่นเอง

หากใครมีตั๋วอะไรแล้วไม่แน่ใจ ลองติดต่อไปที่คนขายตั๋วโดยตรง เพื่อสอบถามการยกเลิกหรือขอเงินคืนเพิ่มเติมได้ เม้าส์มอยน์ฝากทิ้งท้ายให้เพื่อน ๆ ดูแลสุขภาพและความสะอาด รักษาร่างกายให้แข็งแรง แล้วเราจะผ่านไปได้

แหล่งที่มา https://www.swrfernsehen.de/

ค่าแรงขั้นต่ำที่เยอรมนีปีหน้าจะเป็นเท่าไรนะ | Mindestlohn 2020

ค่าแรงขั้นต่ำที่เยอรมนีปีหน้าจะเป็นเท่าไรนะ | Mindestlohn 2020

เม้าส์มอยน์พามาส่องค่าแรงขั้นต่ำที่เยอรมนีปี พ.ศ. 2563จะปรับขึ้นไปที่ 9.35 ยูโรต่อชั่วโมง (ประมาณ 313 บาทต่อชั่วโมง) มีสิทธิได้ค่าแรงขั้นต่ำกันทุกคนรึเปล่า และแต่ละกลุ่มธุรกิจจะได้ค่าแรงเท่ากันไหม มาหาคำตอบกันเลย

ค่าแรงขั้นต่ำตามกฎหมายกำหนดที่เยอรมนี ณ ปัจจุบัน คือ 9.19 ยูโรต่อชั่วโมง (ประมาณ 308 บาทต่อชั่วโมง) ซึ่งปรับขึ้นมาตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. พ.ศ. 2562 โดยกฎหมายค่าแรงขั้นต่ำกำหนดให้มีการปรับค่าแรงขั้นต่ำทุก ๆ สองปี

ในเดือนมิ.ย. พ.ศ. 2561 มีการเสนอให้ปรับค่าแรงขั้นต่ำสองขั้น ก็คือปรับวันที่ 1 ม.ค. พ.ศ. 2562 และอีกรอบคือปี พ.ศ. 2563 ดังนั้น ตั้งแต่ 1 ม.ค. พ.ศ. 2563 ค่าแรงขั้นต่ำตามกฎหมายที่เยอรมนี จะปรับขึ้นไปที่ 9.35 ยูโรต่อชั่วโมง (ประมาณ 313 บาทต่อชั่วโมง)

แต่ไม่ใช่ผู้ใช้แรงงานทุกคนจะได้รับค่าแรงขั้นต่ำตามกฎหมายเท่ากัน จะมีการยกเว้นคนบางกลุ่ม เช่น เยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี ที่ไม่ได้เรียนจบทางวิชาชีพมา กลุ่มคนฝึกงาน (ที่มักเรียกกันย่อ ๆ ว่า Azubi) นักเรียนและนักศึกษาฝึกงาน (Praktikanten) คนที่ตกงานมานานและเริ่มมาทำงานในช่วง 6 เดือนแรก บรรดาอาสาสมัคร ทำงานการกุศล เป็นต้น

ทั้งนี้ แต่ละกลุ่มธุรกิจและรัฐต่าง ๆ ในเยอรมนี ก็จะกำหนดค่าแรงขั้นต่ำไม่เท่ากันด้วย และในปีหน้า ก็จะมีการปรับขึ้นเช่นกัน เม้าส์มอยน์ยกตัวอย่างให้เห็นชัด ๆ เช่น

กลุ่มคนให้บริการดูแลรักษาพยาบาล ทางรัฐเยอรมนีตะวันตกและกรุงเบอร์ลิน จะปรับขึ้นจาก 11.05 ยูโรต่อชั่วโมง เป็น 11.35 ยูโรต่อชั่วโมง (ประมาณ 380 บาทต่อชั่วโมง) แต่ในรัฐเยอรมนีตะวันออก จะปรับขึ้นจาก 10.55 ยูโรต่อชั่วโมง เป็น 10.85 ยูโรต่อชั่วโมง (ประมาณ 363 บาทต่อชั่วโมง)

ค่าแรงขั้นต่ำช่างไฟ เพิ่มจาก 11.40 ยูโรต่อชั่วโมง เป็น 11.90 ยูโรต่อชั่วโมง (ประมาณ 398 บาทต่อชั่วโมง)

ในขณะที่ ค่าแรงขั้นต่ำพนักงานในกลุ่มการศึกษา เพิ่มจาก 15.72 ยูโรต่อชั่วโมง เป็น 16.19 ยูโรต่อชั่วโมง หากมีวุฒิปริญญาตรีด้วย ค่าแรงขั้นต่ำก็จะเพิ่มเป็น 16.39 ยูโรต่อชั่วโมง (ประมาณ 549 บาทต่อชั่วโมง) เป็นต้น

เม้าส์มอยน์สรุปกันอีกครั้งว่า ข้างต้นเป็นอัตราค่าแรงขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนด แต่ะละกลุ่มธุรกิจและอุตสาหกรรมจะกำหนดมากน้อยไม่เท่ากัน และเพื่อน ๆ แต่ละคนสามารถได้ค่าแรงสูงกว่าอัตราขั้นต่ำได้ หากเรามีความสามารถ คุณสมบัติ ประสบการณ์ วุฒิการศึกษาที่สูงกว่าที่ขั้นต่ำกำหนด ขอให้เพื่อน ๆ พยายามและตั้งใจพัฒนาตนเองในสายอาชีพของเราต่อไปเรื่อย ๆ เม้าส์มอยน์เอาใจช่วยจ้า!

หากใครต้องการพัฒนาทักษะภาษาเยอรมันให้ดีขึ้น สื่อสารฟัง พูด อ่าน เขียนในชีวิตประจำวันและการทำงานให้มีประสิทธิภาพขึ้น เม้าส์มอยน์ขอแนะนำ คอร์สเรียนเยอรมันที่ออกแบบสำหรับคนไทยโดยเฉพาะ เปิดเรียนรอบ มค. แล้ว สมัครได้เลยทาง Line/Facebook: mausmoin

Quelle: https://www.dgb.de/

Mausmoin พาทัวร์ร้านขายของแบบไม่มีบรรจุภัณฑ์ในเยอรมนี

ในข่าวที่กระแสโลกร้อนกำลังเป็นที่สนใจ แต่ละคนก็อยากจะช่วยกันคนละเล็กละน้อยเพื่อลดโลกร้อน หนึ่งในวิธีง่าย ๆ ใกล้ตัวที่เม้าส์มอยน์นำรูปมาฝากก็คือ การซื้อของแบบไม่มีห่อพลาสติก ซื้อเท่าที่จำเป็น เพื่อลดขยะที่ไม่จำเป็นและลดการใช้พลาสติกลง

ร้านที่ Mausmoin ถ่ายรูปมาฝากชื่อ Fridi unverpackt อยู่ที่เมือง Reutlingen ประเทศเยอรมนี (เจ้าของอนุญาตให้ถ่ายรูปเรียบร้อย) เป็นร้านเล็ก ๆ ที่เข้าไปแล้ว ด้านหน้าจะมีกล่องบรรจุภัณฑ์หลายขนาดแบบล้างใช้ใหม่ได้ขายอยู่ด้วย และมีลังเล็ก ๆ วางให้ลูกค้าสามารถบริจาคขวดแล้วให้คนอื่นไปใช้ต่อได้

เดินเข้าไปเรื่อย ๆ จะมีของวางขายเต็มชั้น แยกหมวดชัดเจน ทั้งของกินและของใช้ จุดเด่นที่เห็นได้ชัดคือ ทุกอย่างวางขายแบบไม่มีบรรจุภัณฑ์ย่อยที่ไม่จำเป็น ถ้าจำเป็นก็จะบรรจุในขวดแก้ว ของส่วนใหญ่ไม่มีแบ่งห่อแยกขาย แต่จะมาในบรรจุภัณฑ์รวม ลูกค้าจะนำกล่องมาเอง ใส่ตวงปริมาณที่ต้องการ จากนั้นนำไปชั่ง และจ่ายเงินที่แคชเชียร์ ลดปริมาณขยะและของเหลือใช้ไปในตัว

มาลองเดินดูของไปพร้อมกับ Mausmoin และดูรูปประกอบกันเลย มีทั้ง

- หลอด ขวดน้ำ ที่เน้นว่าไม่ได้ทำจากพลาสติก และนำมาใช้ใหม่ได้

- แปรงประเภทต่าง ๆ ที่ทำจากไม้

- สมุดจดทำจากกระดาษรีไซเคิล

- เม็ดกาแฟ ใบชา

- แป้งทำอาหารและขนมแบบต่าง ๆ

- เส้นสปาเก็ตตี้แบบต่าง ๆ

- ผัก ผลไม้สด

- ผลิตภัณฑ์ปราศจากกลูเตน

- ขนมอบ ขนมหวาน

- น้ำยาทำความสะอาด มีตั้งแต่ น้ำยาล้างจาน ผงซักฟอก น้ำยาล้างห้องน้ำ

- ไอศกรีมแบบตัก (ใส่ในถ้วยไอศกรีมแบบมีมัดจำ)

และอื่น ๆ

ทั่วร้านจะมีป้ายติดตลอดว่า เพื่อความอนามัย กรุณาใช้บรรจุภัณฑ์เปล่าที่ล้างสะอาดแล้ว มาใส่อาหาร (ก่อนไปชั่งน้ำหนักและชำระเงินต่อ) Mausmoin ว่ารายละเอียดเล็ก ๆ จุดนี้สำคัญมาก เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อโรคและการปนเปื้อนที่อาจจะติดมากับบรรจุภัณฑ์ที่ไม่ได้ล้างของลูกค้าแต่ละคน หรือมากับของในกล่องที่เรานำมาเติมต่อ

ใครสนใจลองเดินไปหาซื้อของกันได้ตามรายชื่อร้านไร้บรรจุภัณฑ์ในเยอรมนีตามรูป หรือใครเคยซื้อของจากร้านแนวนี้มาแล้ว ก็มาแชร์ประสบการณ์กันได้นะจ๊ะ

 

 

3 ตุลา วันเอกภาพเยอรมนี | 3. Oktober: Tag der Deutschen Einheit

เม้าส์มอยน์เล่าเรื่อง! เกิดอะไรขึ้นกับเยอรมนีหลังสงครามโลก กำแพงเบอร์ลินมีไว้ทำไม เยอรมันตะวันตกกับตะวันออกคือยังไง วันนี้มาหาคำตอบ อ่านเพลิน ๆ ในวันหยุดชิว ๆ กับเม้าส์มอยน์กันเลย

วันนี้เป็นวันหยุดราชการในเยอรมนี เพราะเป็นวันสำคัญทางประวัติศาสตร์วันหนึ่งของเยอรมนี นั่นคือวันเอกภาพเยอรมนี (Tag der Deutschen Einheit)

ก่อนอื่น เม้าส์มอยน์ขอพาย้อนกลับไปก่อนหน้าการรวมประเทศเยอรมนี ในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เยอรมนีแพ้สงคราม จึงถูกแบ่งเป็นสี่ส่วน และถูกปกครองโดยประเทศที่ชนะสงครามนั่นคือ อเมริกา อังกฤษ ฝรั่งเศส และอดีตสหภาพโซเวียต ในขณะนั้นกรุงเบอร์ลินก็ถูกแบ่งเป็นสี่ส่วนด้วยเช่นกัน

ต่อมาในช่วงสงครามเย็น ปีค.ศ. 1949 ก็เกิดการแบ่งเยอรมนีออกเป็นสองรัฐ คือเยอรมนีตะวันตก และเยอรมนีตะวันออก

สาธารณรัฐประชาธิปไตยเยอรมนี (เยอรมนีตะวันออก) เรียกภาษาเยอรมันว่า Deutsche Demokratische Republik (DDR) เป็นประเทศคอมมิวนิสต์ ถูกปกครองโดยอดีตสหภาพโซเวียต ที่เรียกว่าเยอรมนีตะวันออก ก็มาจากที่ตั้งทางตะวันออกของประเทศเยอรมนีนั่นเอง

และในฝั่งเยอรมนีตะวันตก ก็มีรัฐเยอรมันอีกรัฐหนึ่ง คือสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (เยอรมนีตะวันตก) เรียกภาษาเยอรมันว่า Bundesrepublik Deutschland (BDR) มีเมืองหลวง (ชั่วคราว) อยู่ที่เมืองบอนน์ (Bonn) ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย

เมื่อแยกประเทศ คนจากฝั่งเยอรมนีตะวันออกพยายามย้ายถิ่นฐาน หนีไปยังเยอรมนีตะวันตกที่เศรษฐกิจดีกว่า และมีอิสรภาพมากกว่า จนรัฐบาลทางเยอรมนีตะวันออกต้องหาทางกีดกันไม่ให้คนหนีออกไป โดยการสร้างกำแพงขึ้นเมื่อวันที่ 13 สิงหาคม ค.ศ. 1961 กั้นเขตแดนเยอรมนีตะวันตกและตะวันออก รวมถึงมีการสร้างกำแพงแบ่งกรุงเบอร์ลินออกเป็นตะวันตกและตะวันออกเช่นกัน

แต่แม้จะมีการสร้างกำแพงแล้ว ผู้คนก็ยังพยายามหาทางหนีออกจากเยอรมนีตะวันออก ไปยังเยอรมนีตะวันตก ซึ่งเป็นเรื่องผิดกฎหมาย หากถูกพบเห็นก็จะถูกยิงทิ้ง ในช่วงนั้น มีคนเสียชีวิตมากมายจากการพยายามหนีออกจากฝั่งเยอรมนีตะวันออก เม้าส์มอยน์แนะนำให้ลองหาหนังเยอรมันหรือสารคดีที่เล่าถึงช่วงนั้น จะเห็นวิธีลักลอบหนีหลายรูปแบบ และความโหดร้ายของการกีดกันการหนี

จนในที่สุดเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน ค.ศ. 1989 มีการชุมนุมประท้วงและกดดันรัฐบาลเยอรมนีตะวันออก จนต้องเปิดพรมแดนให้เดินทางเข้าออกเขตแดนได้อย่างเสรีอีกครั้ง และนั่นก็คือวันที่กำแพงเบอร์ลินล่มสลายนั่นเอง

หลังจากนั้น ในวันที่  3 ตุลาคม ค.ศ. 1990 ประเทศเยอรมนีก็กลายเป็นประเทศเดียว ดังนั้น ทุกวันที่ 3 ตุลาคมของทุกปี จะมีการจัดงานระลึกถึงการรวมประเทศเยอรมนี (Deutsche Wiedervereinigung) ที่สาธารณรัฐประชาธิปไตยเยอรมนี (เยอรมนีตะวันออก) และสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (เยอรมนีตะวันตก) รวมประเทศกันเป็นเยอรมนีเดียว และได้รวมเบอร์ลินตะวันออกและเบอร์ลินตะวันตกเป็นหนึ่งเดียวด้วยเช่นกัน ซึ่งก็คือเมืองหลวงกรุงเบอร์ลิน (Berlin) ในปัจจุบัน

เยอรมนีในปัจจุบัน มีชื่อทางการว่า สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (Bundesrepublik Deutschland) เมืองหลวงอยู่ที่ กรุงเบอร์ลิน มีการปกครองแบบระบอบสาธารณรัฐแบบรัฐสภา เม้าส์มอยน์อธิบายง่าย ๆ ให้ว่า ในประเทศเยอรมนี จะมีรัฐบาลกลางดูแลบริหารเรื่องส่วนกลางของประเทศ เช่นการทหาร และมีรัฐย่อย 16 รัฐ (Bundesländer) ที่มีฝ่ายปกครองของรัฐเองด้วย ดูแลเรื่องนโยบายภายในรัฐ เช่น การศึกษา ทำให้เราเห็นว่า บางรัฐในเยอรมนีให้เรียนมหาลัยฟรี แต่บางรัฐกลับมีนโยบายเก็บค่าเล่าเรียน เป็นต้น

แม้จะรวมประเทศกันมาสามสิบกว่าปีแล้ว แต่เยอรมันตะวันออกก็ยังคงประสบปัญหาเศรษฐกิจที่เจริญเติบโตน้อยกว่าฝั่งตะวันตก และต้องการเงินสนับสนุนช่วยเหลือจากรัฐบาลและภาษีเงินได้ของคนในชาติอยู่ เมื่อเป็นประเทศเดียวกันแล้ว เราก็ต้องคอยประคองกัน เดินหน้าไปด้วยกันต่อไป

อยากมาเยอรมนี ขอวีซ่าที่ไหน?

Mausmoin แจ้งข่าว: สถานทูตเยอรมันในไทยเปลี่ยนแปลงสถานที่สำหรับยื่นขอวีซ่าเชงเก้นมาเยอรมนี (Schengen-Visa)!

ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป (1 สิงหาคม 2562) หากเพื่อน ๆ จะขอวีซ่าเชงเก้นมาเยอรมนี แบบพำนักไม่เกิน 90 วัน เช่น วีซ่าท่องเที่ยว วีซ่าธุรกิจ และวีซ่าเยี่อมเยือน ให้ทำนัดหมายและยื่นคำคำร้องขอวีซ่าที่ วีเอฟเอสโกลบอล โดยสถานทูตจะเป็นผู้อนุมัติวีซ่าเช่นเดิม

ที่อยู่: จามจุรี สแควร์ ชั้นที่ 4 ถนนพญาไท เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ 10330 (สถานีรถไฟใต้ดินสามย่าน) Callcenter: +66 2 118 7017 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://www.vfsglobal.com/Germany/Thailand/Thai/index.htmlhttps://bangkok.diplo.de/…/visa-einre…/schengen-visa/1353056

แต่วีซ่าเพื่อการพำนักระยะยาวในเยอรมนี (National Visa) เช่น วีซ่าเพื่อติดตามไปอยู่กับครอบครัว วีซ่าทำงาน วีซ่าเพื่อการศึกษา วีซ่า Au-Pair ฯลฯ เพื่อน ๆ ต้องทำนัดหมาย และยื่นคำร้องขอวีซ่าที่สถานเอกอัครราชทูตฯ เยอรมนี โดยตรงเหมือนเดิม

ที่อยู่: เลขที่ 9 ถนนสาทรใต้, กรุงเทพฯ 10120 โทรศัพท์: +66 2 287 90 00
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://bangkok.diplo.de/…/visa-einre…/national-visa/1353050

หากมีข้อสงสัยเรื่องวีซ่า สามารถติดต่อ วีเอฟเอสโกลบอล และสถานทูตโดยตรงได้เลย จะได้ข้อมูลที่ชัดเจนที่สุดจ้า

ค่าส่งไปรษณีย์ในเยอรมนีขึ้นราคา [Deutsche Post erhöht Porto]

เม้าส์มอยน์เล่าข่าว ค่าส่งไปรษณีย์ในเยอรมนี ( Deutsche Post) ขึ้นราคา มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 2019 เป็นต้นไป และคาดว่าจะใช้ราคานี้ไปจดถึงสิ้นปี 2021 โดยขึ้นราคาจากเดิม 10-15 Cent สำหรับค่าส่งไปรษณีย์ในประเทศ ดังนี้

- โปรการ์ด (Postkarte): 60 Cent
- จดหมายซองปกติ หนักไม่เกิน 20 กรัม (Standardbrief): 80 Cent
- จดหมายหนักไม่เกิน 50 กรัม (Kompaktbrief): 95 Cent
- จดหมายซองเอกสารใส่ A4 ได้ หนักไม่เกิน 500 กรัม (Großbrief): 1.55 Euro
- จดหมายซองเอกสารใส่ A4 ได้ หนักไม่เกิน 1000 กรัม (Maxibrief): 2.70 Euro

บริการเสริมต่าง ๆ ที่บวกเพิ่มจากค่าส่งปกติ
- มีเลขติดตามจดหมาย (Prio) +1.00 Euro
- ลงทะเบียนไม่ต้องเซ็นรับ (Einschreiben Einwurf) +2.20 Euro
- ลงทะเบียนแบบเซ็นรับ (Einschreiben Standard) +2.50 Euro
- ลงทะเบียนพร้อมใบแจ้งกลับผู้รับ (Einschreiben Rückschein) +4.70 Euro

และขึ้นราคาสำหรับค่าส่งไปรษณีย์ระหว่างประเทศอีก 5 Cent ถึง 1 Euro เช่น ลงทะเบียนแบบเซ็นรับ (Einschreiben International) +3.50 Euro (จากเดิม +2.50 Euro)

ทั้งนี้ทางไปรษณีย์เยอรมันแจ้งว่า เหตุผลที่ต้องขึ้นราคา ก็เพื่อนำเงินมาพัฒนาคุณภาพการให้บริการ ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่ทันสมัย และจ่ายเงินเลี้ยงดูพนักงานให้ดีมากขึ้น
ดูรายละเอียดเพิ่มเติม: https://www.deutschepost.de/de/a/aenderungen-2019.html

แม้ทุกวันนี้เราจะส่งเอกสารทางอีเมลกันได้ แต่ในเยอรมนี เอกสารทางการที่สำคัญหลายฉบับก็ยังต้องส่งตัวจริงไปทางจดหมายอยู่ดี ใครไปส่งจดหมายก็จะได้ไม่ตกใจว่า Deutsche Post ขึ้นราคา (อีกแล้วนะจ๊ะ!)

ใหม่! สติกเกอร์ไลน์เม้าส์มอยน์ 2 | Line Sticker Mausmoin Set 2

สติกเกอร์แชทเยอรมัน-ไทยชุดใหม่วางขายแล้ว! กดซื้อได้เลยที่:

ชุดใหม่: https://store.line.me/stickershop/product/7239803
ชุด 1: https://store.line.me/stickershop/product/1636764/en

แชทภาษาเยอรมันมันส์กว่าเดิมไปกับสติกเกอร์ไลน์ Mausmoin ชุดสอง สนุกแถมได้ฝึกเยอรมันไปในตัว #ไม่มีไม่ได้แล้ว #linesticker #mausmoin #deutschchatten

---------
Viel Spaß beim Chatten mit Thais! Bilder sagen mehr als Worte. Lass Mausmoin und Freunde dabei helfen! Warum musst du noch was schreiben, wenn du uns hast!? sofort loslegen!: 
Set 2 neu!: https://store.line.me/stickershop/product/7239803
Set 1: https://store.line.me/stickershop/product/1636764/en

 

 

 

 

พัฒนาภาษาเยอรมันอย่างสร้างสรรค์กับเม้าส์มอยน์ | Kreativ Deutsch lernen mit Mausmoin

Mausmoin มักจะได้รับคำถามอยู่บ่อย ๆ ว่า "เรียนเยอรมันให้เก่งทำอย่างไร?" "ทำอย่างไรให้ชอบเรียนเยอรมัน?" "อยากจะสื่อสารเยอรมันได้เร็วๆ ฝึกอย่างไร?" ถ้าเพื่อน ๆ เองก็มีคำถามแบบนี้อยู่ในใจ วันนี้เรามาหาคำตอบ และค้นหาวิธีพัฒนาทักษะภาษาเยอรมัน ที่เหมาะกับลักษณะการใช้ชีวิตของตนเอง แบบง่าย ๆ และสร้างสรรค์ไปพร้อมกันเลย

1. คิดวางแผนอย่างสร้างสรรค์

การที่เราจะชอบและเก่งภาษาเยอรมันได้นั้น อันดับแรก Mausmoin อยากแนะนำให้เพื่อน ๆ ปรับเปลี่ยนทัศนะคติที่มีต่อภาษาเยอรมันของตัวเราก่อน ว่าเราเรียนเยอรมันไปเพื่ออะไร และรู้จักเป้าหมายการเรียนภาษาเยอรมันของตัวเอง เพื่อจะได้รู้วิธีที่จะฝึกฝนทักษะภาษาเยอรมันของตนเองให้ถูกทางและมีความสุขไปกับการเรียน เหมือนที่เล่าจื๊อ นักปรัชญาชาวจีนได้กล่าวไว้ว่า “Nur wer sein Ziel kennt, findet den Weg.” “มีเพียงผู้ที่รู้จักเป้าหมายของตัวเองเท่านั้น จึงจะพบเส้นทาง”

แน่นอนว่าแต่ละคนต่างมีเหตุผลและเป้าหมายในการเรียนภาษาเยอรมันแตกต่างกันไป บางคนเรียนเพราะแต่งงานกับชาวเยอรมัน ใช้ชีวิตในเยอรมนี อยากขอสัญชาติเยอรมัน บางคนอยากเรียนต่อ อยากหางานทำในประเทศเยอรมนี บางคนทำงานที่ต้องใช้ภาษาเยอรมัน หรือบางคนเรียนเพราะชอบนักฟุตบอลเยอรมัน หรือหลงใหลประเทศและวัฒนธรรมเยอรมันเอามาก ๆ

Mausmoin ขอช่วยยกตัวอย่าง ขั้นตอนการคิดวางแผนแบบสร้างสรรค์สำหรับการเรียนเยอรมันของเพื่อน ๆ ว่า เราจะตั้งเป้าหมายการเรียนเยอรมันของเราอย่างไร เส้นทางในการฝึกฝนควรเป็นไปในแนวไหน และประเมินผลเพื่อพัฒนาต่อไปอย่างไร ตามขั้นตอนดังนี้

1. ตอบคำถามตัวเองให้ได้ว่า เราเรียนเยอรมันเพื่ออะไร เช่น หนูนาแต่งงานกับแฟนชาวเยอรมัน เลยต้องการสื่อสารภาษาเยอรมันกับครอบครัวและคนรอบข้างได้เข้าใจ หนูแฮมอยากเรียนต่อปริญญาโทที่เยอรมนี เลยต้องเรียนภาษาเยอรมัน หนูน้อยอยากจะขอสัญชาติเยอรมัน จึงต้องสอบวัดระดับภาษาเยอรมันเพื่อนำไปยื่นสมัครขอสัญชาติ


2. ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนและเป็นไปได้ เช่น เราอยากสามารถคุยภาษาเยอรมันแบบง่าย ๆ เกี่ยวกับตัวเอง และเรื่องใกล้ตัวได้ ภายใน 6 เดือน หรืออยากพัฒนาภาษาเยอรมันให้ดียิ่งขึ้น ช่วยเหลือตนเองได้มากขึ้น ภายใน 1 ปี หรือเราอยากสอบเยอรมันผ่านระดับ B1 ให้ได้ ภายใน 9 เดือน

อย่าลืมว่า เราแต่ละคนเรียนรู้ช้าเร็วไม่เท่ากัน พื้นฐานความสามารถไม่เท่ากัน ดังนั้นจึงไม่ควรเปรียบเทียบกับคนอื่น แต่ควรจะเปรียบเทียบกับตัวเองในเมื่อวาน พัฒนาให้ดีขึ้นเรื่อย ๆ ในแบบของเรา โดยกำหนดเป้าหมายของตนเองให้ท้าทาย แต่ไม่ยากหรือง่ายจนเกินไป เมื่อเรามีเป้าหมายชัดเจน เส้นทางก็จะเปิดออก และเราจะเริ่มสนุกไปกับการพัฒนาภาษาเยอรมันในแบบของเราเอง

3. หาวิธีเริ่มต้นและฝึกฝนให้เหมาะกับตนเอง โดยอันดับแรก เม้าส์มอยน์ขอแนะนำให้ประเมินตัวเองดูว่าเราเป็นคนเรียนรู้อะไรได้ด้วยตนเองพอได้หรือไม่ มีพื้นฐานภาษาเยอรมันมามากน้อยแค่ไหน ชอบเรียนแบบอ่านหนังสือด้วยตนเอง หรือชอบเรียนแบบมีครูช่วยอธิบาย มีวินัยรับผิดชอบตนเองได้มากแค่ไหน 

ถ้าเราเป็นคนที่ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน ไม่มีพื้นฐานภาษา ก็สามารถเริ่มง่าย ๆ โดยการหาคอร์สเรียนเยอรมันที่เหมาะสมกับตนเอง เช่น อยากเรียนในห้องเรียนหรือเรียนออนไลน์ อยากเรียนแบบกระชับ เข้าใจง่ายกับครูคนไทย หรืออยากเข้าเรียนกับเพื่อนต่างชาติ สอนโดยครูเยอรมัน แล้วก็เลือกคอร์สให้ตรงกับเป้าหมายที่กำหนดและลักษณะการเรียนที่เหมาะกับเรา


4. เดินหน้าตั้งใจเรียนให้เต็มที่และประเมินผลตนเอง ระหว่างที่เรียน อย่าลืมประเมินตนเองเป็นระยะ ๆ ว่า เราพัฒนาเยอรมันได้ดีขึ้นกว่าเดิมแค่ไหน มีอะไรที่ต้องปรับเปลี่ยนเพื่อให้เรียนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นตามที่ตั้งเป้าหมายไว้หรือไม่ เช่น เพิ่มหรือลดเวลาเรียน ปรับเปลี่ยนสถานที่นั่งเรียน หาแบบฝึกหัดเสริมมาทำเพิ่ม เป็นต้นอย่าปิดโอกาสและเส้นทางการพัฒนาภาษาเยอรมันของตัวเอง โดยยึดติดกับความคิดผิด ๆ ว่า “ฉันไม่เก่งภาษา” “ฉันคงเรียนไม่รอด” “ฉันไม่มีพรสวรรค์ด้านนี้” Mausmoin ขอฝากคำพูดของ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ นักฟิสิกส์ชาวเยอรมันผู้โด่งดัง ที่เคยกล่าวตอบคำถามที่ว่า “พรสวรรค์ด้านวิทยาศาสตร์ของคุณได้มาจากฝั่งคุณพ่อ และพรสวรรค์ด้านดนตรีมาจากทางฝั่งคุณแม่รึเปล่า” อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ตอบว่า “Ich habe keine besondere Begabung, sondern bin nur leidenschaftlich neugierig.” “ผมไม่ได้มีพรสวรรค์พิเศษใด ๆ เพียงแต่ผมแค่อยากรู้อยากเห็นเอามาก ๆ เท่านั้น”

เป็นตัวอย่างว่า เราไม่จำเป็นต้องมีพรสวรรค์อะไรพิเศษ แต่สำคัญอยู่ที่การไม่หยุดที่จะอยากรู้อยากเห็น อยากเรียนรู้ภาษา เพื่อทำเป้าหมายของเราให้สำเร็จ และพัฒนาไปอีกทีละขั้นให้ได้

2. ลงมือทำอย่างสร้างสรรค์

เมื่อเรารู้จักเป้าหมายการเรียนภาษาเยอรมันของตัวเอง มีเส้นทางการเรียนอย่างเหมาะสมแล้ว ก็ลงมือตั้งใจเรียนอย่างเต็มที่ตามที่ตั้งเป้าไว้ แต่การเรียนภาษาเยอรมัน ไม่ได้มีแค่ในตำรา ในห้องเรียนเท่านั้น เรายังสามารถฝึกฝนเยอรมันจากสิ่งรอบตัวแบบสร้างสรรค์ได้อีกด้วย มาดูไปพร้อมกับ Mausmoin ว่า เราจะนำสิ่งที่เราเรียน มาฝึกใช้ในชีวิตประจำวันและงานอดิเรกของเราอย่างไรได้บ้าง

เริ่มจากงานอดิเรกที่เราชอบกันก่อน ใครชอบดูหนัง ฟังเพลง ดูละคร ดูการ์ตูน อ่านการ์ตูน อ่านนิยาย วรรณกรรม ก็ลองหาหนัง เพลง นิยาย การ์ตูน นิทาน แนวที่ชอบ ดูน่าสนุก เป็นภาษาเยอรมันมาเพิ่มเติมบ้าง เลือกประเภทที่เราชอบ ฟังได้ชิว ๆ อ่านได้เพลิน ๆ เนื้อเรื่องสนุก น่าติดตามในแบบของเรา แล้วเราก็จะมีความสุขกับการได้ใช้ภาษาเยอรมันที่เรียนมากับสิ่งที่ชอบ และจะค่อย ๆ รักภาษาเยอรมันแบบสร้างสรรค์เหมือน Mausmoin ได้แน่นอน

งานอดิเรกอีกประเภทของหลายคน ก็คือการทำอาหาร อบขนม สร้างสรรค์เมนูอาหารเครื่องดื่มให้คนในครอบครัวได้ชิมและทาน ก็สามารถนำความรู้ภาษาเยอรมันเรามาปรับใช้กับการหาสูตรอาหาร ขนม เครื่องดื่มสไตล์เยอรมัน เป็นภาษาเยอรมันดูบ้าง ไม่ว่าจะอ่านสูตรอาหารจากตำรา อินเตอร์เน็ต หรือจดสูตรจากคุณยายเยอรมัน สนุกไปกับการออกไปตามล่าหาซื้อส่วนผสมต่าง ๆ ในร้านค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ต ได้นำคำศัพท์ส่วนประกอบอาหาร เครื่องมือการประกอบอาหารที่เคยได้เรียนมาใช้ในชีวิตจริง คำไหนที่ไม่รู้ก็เปิดหาความหมายในพจนานุกรม หรือดูรูปประกอบในอินเตอร์เน็ตเพิ่มไปด้วย นอกจากจะได้เพิ่มพูนคำศัพท์ใหม่แล้ว ยังได้ฝึกออกไปสื่อสารกับคนเยอรมัน รู้จักวัฒนธรรมเยอรมันเพิ่มด้วยว่า คนเยอรมันชอบทานหรือดื่มอะไรกัน ชอบทำอะไรทานช่วงไหนเป็นพิเศษ เรียกได้ว่าทั้งอิ่มท้องและอิ่มสมองไปพร้อมกันเลย

อีกตัวอย่างของการใช้เวลาว่างที่พลาดไม่ได้สำหรับเพื่อน ๆ ที่ย้ายมาอยู่เยอรมนี ก็คือการออกเดินทางท่องเที่ยว เปิดหูเปิดตาในที่ใหม่ ๆ แค่ไปเที่ยวใกล้ ๆ ไปเช้าเย็นกลับ หรือจะจัดทริปเล็ก ๆ กับครอบครัว เพื่อนฝูง ชมรม ก็สนุกและได้เรียนรู้ภาษาเยอรมันแบบสร้างสรรค์ได้เต็ม ๆ ลองเริ่มจากการนั่งรถเมล์ หรือรถไฟไปเดินเล่นเมืองใกล้ ๆ ฝึกความกล้าที่จะใช้ภาษาเยอรมันตอนซื้อตั๋ว อ่านป้ายรถ หาสถานที่ท่องเที่ยว ถามทาง สั่งอาหารเครื่องดื่ม อ่านประวัติความเป็นมาของสถานที่ที่ไปเยี่ยมชม เขียนโปสการ์ดเป็นภาษาเยอรมันส่งให้คนที่เรารัก พูดคุยกับเพื่อน ๆ ในทริปเป็นภาษาเยอรมัน รับรองว่าเพื่อน ๆ จะได้เต็มอิ่มไปกับการเปิดโลกใหม่ และสนุกกับการสื่อสารเยอรมันครบทั้งฟังพูดอ่านเขียนแน่นอน

นี่เป็นเพียงน้ำจิ้มของการใช้เวลาว่างที่ Mausmoin ยกมาให้เพื่อน ๆ ได้ลองลิ้มรสความสนุกจากการใช้ความรู้ภาษาเยอรมันในชีวิตจริง หวังว่าเพื่อน ๆ คงจะเห็นภาพความสนุกของการใช้ภาษาเยอรมันอย่างสร้างสรรค์ในชีวิตเพิ่มขึ้น ที่นอกเหนือไปจากการเรียนเยอรมันในคอร์สเรียน หรือการใช้ภาษาเยอรมันในที่ทำงาน เพียงแค่เราเริ่มคิดอย่างสร้างสรรค์ที่จะรักและเรียนภาษาเยอรมัน เราก็จะทำมันได้ดีและมีความสุขขึ้น รวมไปถึงการลงมือทำอย่างสร้างสรรค์ โดยตั้งใจเรียนและนำความรู้ที่เรียนมาใช้ในชีวิตประจำวัน และนำภาษาเยอรมันมาเป็นส่วนหนึ่งของงานอดิเรกที่เราชอบ แล้วเราก็จะรักภาษาเยอรมันมากขึ้น เรียนเยอรมันได้เก่งขึ้น และพัฒนาการสื่อสารภาษาเยอรมันได้เร็วขึ้นแน่นอนการเรียนภาษาเป็นการเรียนรู้แบบไม่มีที่สิ้นสุด เรียนรู้ได้ตลอดชีวิต ยิ่งเรามีความสุขกับมัน เราก็ยิ่งอยากเรียนรู้ สนุกกับภาษาเยอรมันมากขึ้นไปอีก Mausmoin ฝากข้อคิดสุดท้ายจากคำกล่าวของโยฮันน์ วอล์ฟกัง ฟอน เกอเทอ กวีเอกชาวเยอรมัน ไว้ว่า “Erfolg hat 3 Buchstaben: TUN!” “ความสำเร็จสะกดด้วยคำสามคำ: ลงมือทำ!”

อย่ารอช้า! ลุกขึ้นมาพัฒนาภาษาเยอรมันอย่างสร้างสรรค์ในแบบของตนเอง และสนุกไปกับการมีภาษาเยอรมันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปพร้อมกับ Mausmoin กันนะจ๊ะ

จากบทความของ Mausmoin ในนิตยสาร D-Magazine ฉบับที่ 26 (ธันวาคม 2561) นิตยสารเสริมสร้างศักยภาพและพัฒนาทักษะคนไทยในต่างแดน